ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สินค้าและบริการ
dot
bulletพุทธานุภาพ
bulletหนังสือรวมบทสวดมนต์
bulletยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก
bulletพระคาถาชินบัญชร
bulletบทสวดศาสนพิธีและบทคาถาศักดิ์สิทธิ์
bulletมงคลชีวิต 38 ประการ
bulletพ่อแม่พระในบ้าน
bulletการดับทุกข์
bulletบทสุภาษิตสร้างชีวิต
bulletพุทธทำนายและอภัยทาน
bulletหนังสือที่ระลึก
bulletผ้าป่า-กฐิน
bulletตรายาง
bulletการ์ดเชิญ
dot
สาระน่ารู้
dot
bulletสังฆทาน
bulletตัวอย่างการ์ดต่างๆ
bulletบทความให้กำลังใจ
bulletบทสวดเจ้าแม่กวนอิม
bulletคำสอนท่านพุทธทาสภิกขุ
bulletคำสอนหลวงปู่ชา
bulletคำสอนหลวงปู่มั่น


ของชำร่วยโคราช,ของชำร่วยนครราชสีมา,ของขวัญ
ถุงผ้าแก้ว,ถุงผ้าไหมแก้วใส่ของชำร่วย,สกรีนกระเป๋าผ้า
เวดดิ้งโคราช,ร้านวิวาห์,นครราชสีมา
แบนเนอร์ตัวอย่าง


คำสอนหลวงปู่ชา

คำสอนจากหลวงปู่ชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี

วัดหนองป่าพง ตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ ๑๐ ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ไปทางอำเภอกันทรลักษณ์

ตามถนนทางหลวงหมายเลข ๒๑๗๘ ประมาณ ๘ กม.

ทุกคนนอนอยู่กับโครงกระดูก .................
แต่อยู่ที่วัดป่าพง ที่ไม่เป็นผู้หญิงไม่เป็นผู้ชายก็มี เป็นนะปุง-สักลิงค์ ไม่ใช่อิตถีลิงค์ ไม่ใช่ปุงลิงค์
คือ ซากศพที่เขาเอาเนื้อเอาหนังออกหมดแล้ว เหลือแต่โครงกระดูกเท่านั้น
เป็นซากโครงกระดูกเขาแขวนไว้ ไปดูก็ไม่เห็นว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
ใครไปถามว่านี่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็ได้แต่มองหน้ากัน เพราะมันมีแต่โครงกระดูกเท่านั้น
เนื้อหนังออกหมดแล้ว พวกเราทั้งหลายก็ไม่รู้ ทุกคนไปวัดป่าพง
เข้าไปในศาลาก็ไปดูโครงกระดูก บางคนดูไม่ได้ วิ่งออกจากศาลาเลย กลัว... กลัวเจ้าของ
อย่างนั้นเข้าใจว่าไม่เคยเห็นตัวเราเองสักที ไปกลัวกระดูก
ไม่นึกถึงคุณค่าของกระดูก เราเดินมาจากบ้านนั่งรถมาจากบ้าน
ถ้าไม่มีกระดูก จะเป็นอย่างไร จะเดินไปมาได้ไหม เกิดมาพร้อมกันไม่เคยเห็นกัน


นอนเบาะอันเดียวกันไม่เคยเห็นกัน นี่แสดงว่าเราบุญมากที่มาเห็น
แก่แล้ว ๕๐ ปี ๖๐ ปี ๗๐ ปี ไปวัดป่าพงเห็นโครงกระดูกกลัว
นี่อะไรไม่รู้ แสดงว่าเราไม่คุ้นเคยเลยไม่รู้จักตัวเรา
กลับไปบ้านก็ยังนอนไม่หลับอยู่สามสี่วัน แต่ก็นอนกับโครงกระดูกนั่นแหละ
ไม่ใช่นอนที่อื่นหรอก ห่มผ้าผืนเดียวกัน อะไรๆด้วยกัน นั่งบริโภคข้าวด้วยกัน
แต่เราก็กลัว นี่แสดงว่าเราห่างเหินจากตัวเรามากที่สุด น่าสงสาร

ไปดูแต่อย่างอื่น ไปดูต้นไม้ ไปดูวัตถุอื่นๆ ว่าอันนั้นโต อันนี้เล็ก อันนั้นสั้น อันนั้นยาว
นี่ไปดูแต่วัตถุของอื่นนอกจากตัวเรา ไม่เคยมองดูตัวเราเลย
ถ้าพูดตรงๆแล้วก็น่าสงสารมนุษย์เหมือนกัน ดังนั้นคนเราจึงขาดที่พึ่ง
เห็นร่างกายตามความเป็นจริง

อาตมาเคยบวชนาคมาหลายองค์ เกษา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ
นาคที่เคยเป็นนักศึกษาคงนึกหัวเราะว่า ท่านอาจารย์เอาอะไรมาสอน
นี่ เอาผมที่มันมีอยู่นานแล้วมาสอน ไม่ต้องสอนแล้ว
รู้จักแล้วเอาของที่รู้จักแล้วมาสอนทำไม นี่คนที่มันมืดมากมันก็เป็นอย่างนี้

คิดว่าเราเห็นผม อาตมาบอกว่าคำที่ว่าเห็นผมนั้น คือ .......
เห็นตามความเป็นจริง เห็นขนก็เห็นตามความเป็นจริง เห็นเล็บ เห็นหนัง เห็นฟัน ก็เห็นตามความเป็นจริง
จึงเรียกว่าเห็น ไม่ใช่ว่าเห็นอย่างผิวเผิน เห็นตามความเป็นจริง

อย่างไรๆ เราคงจะไม่หมกมุ่นอยู่ในโลกอย่างนี้ถ้าเห็นตามความจริง
ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นอย่างไร ตามความเป็นจริง
เป็นของสวยไหม เป็นของสะอาดไหม เป็นของมีแก่นสารไหมเป็นของเที่ยงไหม
เปล่า...มันไม่มีอะไรหรอก ของไม่สวยแต่เราไปสำคัญว่ามันสวย ของไม่จริงไปสำคัญว่ามันจริง
ร่างกายเป็นที่รวมของสิ่งโสโครก


อย่าง เกษา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง คนเราไปติดอยู่นี่
พระพุทธองค์ท่านยกมาทั้งห้าประการนี้ เป็นมูลกรรมฐาน

สอนให้รู้จักกรรมฐานทั้งห้านี้ เป็นอนิจจัง เป็นทุกขัง เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เราเกิดขึ้นมา ก็หลงมันซึ่งเป็นของโสโครก
ดูซิ... คนเราไม่อาบน้ำสักสองวันสิ เข้าใกล้กันได้ไหม มันเหม็นเหงื่อออกมากๆ
ไปนั่งทำงานรวมกันอย่างนี้ เหม็นทั้งนั้นแหละ กลับไปบ้านอาบน้ำ
ถูสบู่ออกหายเหม็นไปนิดหนึ่งก็หอมสบู่ขึ้นมา ได้ถูสบู่มันก็หอม
ไอ้ตัวเหม็นก็อยู่อย่างเดิมนั่นแหละ มันยังไม่ปรากฏเท่านั้น
กลิ่นสบู่มันข่มไว้ เมื่อหมดสบู่มันก็เหม็นตามเคย
จงรู้จักพึ่งตัวเอง


เรามักจะเห็น รูปที่นั่งอยู่นี่ นึกว่ามันสวย มันงาม มันแน่น มันหนา มันตรึงตรา มันไม่แก่ มันไม่เจ็บ มันไม่ตาย หลงเพลิดเพลินอยู่ในสากลโลกนี้ จึงไม่รู้จักพึ่งตนเอง ตัวที่พึ่งของเรา คือใจ ใจของเราเป็นที่พึ่งจริงๆ

ศาลาหลังนี้มันใหญ่ก็ไม่ใช่ที่พึ่ง
มันเป็นที่อาศัยชั่วคราว นกพิราบมันก็มาอาศัยอยู่ ตุ๊กแกมันก็มาอาศัยอยู่
จิ้งเหลนนี้มันก็มาอาศัยอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างมาอาศัยอยู่ได้
เราก็นึกว่าของเรา มันไม่ใช่ของเราหรอก มันอยู่ด้วยกัน หนูมันก็มาอยู่ สารพัดอย่าง
นี่เรียกว่าที่อาศัยชั่วคราว เดี๋ยวก็หนีไปจากไป

เราก็นึกว่าอันนี้เป็นที่พึ่งของเรา คนมีบ้านหลังเล็กๆ ก็เป็นทุกข์เพราะบ้านมันเล็ก
มีบ้านหลังใหญ่ๆ ก็เป็นทุกข์เพราะกวาดไม่ไหว ตอนเช้าก็บ่น ตอนเย็นก็บ่น
จับอะไรวางตรงไหนก็ไม่ค่อยได้เก็บ คุณหญิงคุณนายนี่ จึงเป็นโรคประสาทกันเป็นทุกข์กัน
อย่าแต่งกาย จงแต่งใจกันเถิด

***************************

ยอดคำสอน
หลวงปู่ชา สุภทฺโท
คัดลอกจาก : http://www.manager.co.th/budish/kaewmanee27.html

ยอดคำสอน เป็นคำสอน เป็นคติ เป็นปรัชญาสั้นๆ ที่คมลึกซึ้ง ใครได้ฟังแล้วจะเกิดความรู้สึกซาบซึ้ง และบางครั้งอาจจะถึงกับอุทาน ออกมาว่า ท่านคิดและกลั่นกรองคำเหล่านี้ออกมาจากจิตได้อย่างไร ถ้าจิตนั้นไม่บริสุทธิ์แจ่มใสเยี่ยงผู้บรรลุธรรม ขอท่านได้สังเกตคำสอน ต่อไปนี้.-

ธรรมดาๆ
ตามความเป็นจริงแล้ว โลกที่เราอยู่นี้ไม่มีอะไรทำไมใครเลย
ไม่มีอะไรจะเป็นที่วิตกวิจารย์เลย
ไม่มีอะไรที่น่าจะร้องไห้หรือหัวเราะ
เพราะมันเป็นเรื่องอย่างนั้นธรรมดาๆ
แต่เราพูดธรรมดาได้ แต่มองไม่เห็นธรรมดา
แต่ถ้าเรารู้ธรรมะสม่ำเสมอ
ไม่มีอะไรเป็นอะไรแล้ว
มันเกิดมันดับของมันอยู่อย่างนั้น
เราก็สงบ
การปฏิบัติคืออำนาจ
พระพุทธศาสนาไม่มีอำนาจอะไรเลย
แม้ก้อนทองคำก็ไม่มีราคา ถ้าเราไม่มารวมกันว่ามันเป็นโลหะที่ดีมีราคา
ทองคำมันก็ถูกทิ้งเหมือนก้อนตะกั่วเท่านั้นแหละ
พระพุทธศาสนาตั้งไว้มีอยู่
แต่ถ้าเราไม่ประพฤติปฏิบัติ จะไปมีอำนาจอะไรเล่า
อย่างธรรมะเรื่องขันติมีอยู่
แต่เราไม่อดทนกัน
มันจะมีอำนาจอะไรไหม?
ชนะตนเอง
ถ้าเราเอาชนะตัวเอง
มันก็จะชนะทั้งตัวเองชนะทั้งคนอื่น
ชนะทั้งอารมณ์ ชนะทั้งรูป ทั้งเสียง ทั้งกลิ่น
ทั้งรส ทั้งโผฎัฐพพะ
เป็นอันว่าชนะทั้งหมด
สุขทุกข์
คนที่ไม่รู้จักสุข ไม่รู้จักทุกข์นั้น
ก็จะเห็นว่า สุขกับทุกข์นั้นมันคนละระดับ
มันคนละราคากัน
ถ้าผู้รู้ทั้งหลายแล้ว
ท่าน จะเห็นว่า
สุขเวทนา กับทุกขเวทนา
มันมีราคาเท่าๆ กัน
เกิดตาย
เมื่อเราเกิดมาแล้วโยม ก็คือเราตายแล้วนั่นเอง
ความแก่กับความตายมันก็คืออันเดียวกันนั่นแหละ
เหมือนกับต้นไม้ อันหนึ่งต้น อันหนึ่งปลาย
เมื่อมีโคนมันก็มีปลาย
เมื่อมีปลายมันก็มีโคน
ไม่มีโคนปลายก็ไม่มี
มีปลายก็ต้องมีโคน
มีแต่ปลายโคนไม่มีก็ไม่ได้
มันเป็นอย่างนั้น
งูเห่า
อารมณ์นี้ก็เหมือนกับงูเห่าที่มีพิษร้ายนั้น
อารมณ์ที่พอใจก็มีพิษมาก
อารมณ์ที่ไม่พอใจก็มีพิษมาก
มันทำให้จิตใจของเราไม่เป็นเสรี
ทำให้จิตใจไขว้เขวจากหลักธรรมของพระพุทธเจ้า
ของจริง
ธรรมของจริงของแท้ที่ทำให้บุคคลเป็นอริยะได้
มิใช่เพียงศึกษาตามตำรา
และนึกคิดคาดคะเนเอาเท่านั้น
แต่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นจริงๆ
ของจริงจึงจะเป็นของจริงขึ้นมาได้
ได้เสีย
ทุกอย่างที่เรามีอยู่เป็นอยู่นั้น
มันเป็นสักแต่ว่า "อาศัย" เท่านั้นถ้ารู้ได้เช่นนี้ ท่านว่ารู้เท่าตามสังขาร
ที่นี้แม้จะมีอะไรอยู่ก็เหมือนไม่มี
ได้ก็เหมือนเสีย
เสียก็เหมือนได้
พิการ
เด็กทั้ง 2 พิการ เดินทางได้จะเข้ารกเข้าป่าก็รู้
แต่เราพิการใจ (ใจมีกิเลส)จะพาเข้ารกเข้าป่าหรือเปล่า
คนพิการกายอย่างเด็กนี้ มิได้เป็นพิษเป็นภัยกับใคร
แต่ถ้าคนพิการใจมากๆ
ย่อมสร้างความวุ่นวายยุ่งยากแก่มนุษย์และสัตว์
ให้ได้รับความเดือดร้อนมากทีเดียว
คนดีอยู่ไหน
คนดีอยู่ที่เรานี่แหละ
ถ้าเราไม่ดีแล้ว
เราจะอยู่ที่ไหนกับใคร
มันก็ไม่ดีทั้งนั้น
ชีวิต
เมื่อเราทอดอาลัยในชีวิต
วางวันเสีย ไม่เสียดาย
ไม่กลัวตาย
ก็ทำให้เราเกิดความสบาย และเบาใจจริงๆ
นั่งที่ไหนดี
จะนั่งหัวแถวหรือหางแถวก็ไม่แปลก
เหมือนเพชรนิลจินดา
จะวางไว้ที่ไหนก็มีราคาเท่าเดิม
และจะได้เป็นการลดทิฐิมานะให้น้อยลงไปด้วย
ไม่กลัวตาย
กลัวอะไร?
กลัวตายความตายมันอยู่ที่ไหน?
อยู่ที่ตัวเราเอง
จะหนีพ้นมันได้ไหม?
ไม่พ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ในที่ มืด หรือในที่แจ้ง ก็ตายทั้งนั้น หนีไม่พ้นเลย
จะกลัวหรือไม่กลัวก็ไม่มีทางพ้น
เมื่อรู้อย่างนี้
ความกลัวไม่รู้หายไปไหน
เลยหยุดกลัว
เหมือนกับที่เราออกจากที่มืดสู่ที่สว่างนั่นแหละ
สอนคนอย่างไร
ทำตนให้ตั้งอยู่ในคุณอันสมควรเสียก่อนแล้ว
จึงสอนคนอื่นทีหลัง
จึงจักไม่เป็นบัณฑิตสกปรก
สอนคนด้วยการทำให้ดู
ทำเหมือนพูด
พูดเหมือนทำ
มนุษย์ศาสตร์
มนุษยศาสตร์ทั้งหลาย มีแต่ศาสตร์ที่ไม่มีคมทั้งนั้น
ไม่สามารถจะตัดทุกข์ได้
มีแต่ก่อให้เกิดทุกข์
ศาสตร์เหล่านั้น ถ้าไม่มาขึ้นกับพุทธศาสตร์แล้ว
มันจะไปไม่รอดทั้งนั้น
หลับ - ไม่หลับ
ถ้าหลับมันก็ไม่รู้
ถ้ารู้มันก็ไม่หลับ
มรรคผล
มรรคผลยังไม่พ้นสมัย
คนโง่เท่านั้นที่ปฏิเสธว่า
ในพื้นดินไม่มีน้ำแล้วไม่ยอมขุดบ่อ
ไม้คดคนงอ
ต้นไม้เถาวัลย์ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร
คนคดคนงอนั้น ร้ายนัก
เป็นพิษเป็นภัยทั้งอยู่บ้านและอยู่วัด
หลง
คนหลงโลกคือคนหลงอารมณ์
คนหลงอารมณ์คือคนหลงโลก
นักปฏิบัติ
กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย คือนักปฏิบัติ
กินมาก นอนมาก พูดมาก คือ คนโง่
แสดงอาการ
การหัวเราะเป็นอาการของคนบ้า
การร้องไห้เป็นอาการของทารก
ฉะนั้นท่านผู้ถึงสงบ
จะไม่หัวเราะไม่ร้องไห้
ความอาย
เมืองนี้ยังไม่เคยมีพระบิณฑบาตเลย
เพราะเขามีความอายกันเป็นส่วนมาก
แต่ตรงกันข้ามกับเรา
เราเห็นว่า
คำที่ว่าอายนี้
เราเห็นว่า อายต่อบาป
อายต่อความผิดท่านั้น
เมืองนอก
เราได้เดินทางไปเมืองนอก
และเมืองในนอก
และเมืองในใน
และเมืองนอกนอก
รวมสี่เมืองด้วยกัน
ที่รวมสมาธิ
เมื่อนั่งหลับตาให้ยกความรู้สึกขึ้นเฉพาะลมหายใจ
เอาลมหายใจเป็นประธาน
น้อมความรู้สึกตามลมหายใจ
เราจึงจะรู้ว่าสติมันรวมอยู่ตรงนี้
ความรู้มันจะมารวมอยู่ตรงนี้
เกาะสีชัง
เรามาอาศัยอยู่ที่เกาะนี้ คือที่พึ่งทางใน
ซึ่งเป็นที่อันน้ำคือกิเลสตัณหาท่วมไม่ถึง
แม้เราจะอยู่บนเกาะสีชัง
แต่ก็ยังค้นหาเกาะภายในอีกต่อไป
ผู้ที่ท่านได้พบ และอาศัยเกาะอยู่ได้นั้น
ท่านย่อมอยู่เป็นสุข
ต่างจากคนที่ลอยคออยู่ในทะเล คือความทุกข์
กินแบบไหน
ฉันอาหารไม่พิจารณา
จะเป็นเหมือนปลากินเหยื่อ
ย่อมติดเบ็ด
บริขาร
บริขารทั้งปวงเป็นเพียงเครื่องประดับขันธ์ห้าเท่านั้น
การไม่รู้จักประมาณในการบริโภคบริขาร
มีความกังวลในการจัดหา
ย่อมเป็นการยุ่งยาก
ขาดการปฏิบัติธรรม
ย่อมไม่ได้รับผลอันตนพึงปรารถนา
อยู่กับใคร
การคลุกคลีอยู่กับผู้มีปฏิปทาไม่เสมอกัน
ทำให้เกิดความลำบาก
ความรู้สึกจะมารวมอยู่ตรงนี้
อารมณ์เราเป็นอย่างนี้
เราจึงจะรู้จักที่รวมแห่งสมาธิ
ปล่อยลม-ได้สมาธิ-ปัญญา
เรากำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างเดียว
เราปล่อยลมให้เป็นธรรมชาติ
อย่าไปบังคับลมให้มันยาว
อย่าไปบังคับลมให้มันสั้น
ปล่อยสภาพลมให้พอดี
แล้วดูลมหายใจเข้าออก
เมื่อปล่อยอารมณ์ได้
เสียอะไรก็ไม่ได้ยิน
ถ้าจิตเราวุ่นวายกับสิ่งต่างๆ
ไม่ยอมรวมเข้ามา
ก็ต้องสูดลมเข้าไปให้มากที่สุด
จนกว่าจะไม่มีที่เก็บ
แล้วก็ปล่อย ลมออกให้มากที่สุด
จนกว่าลมจะหมดในท้องสัก 3 ครั้งถ้าเรามีสติอย่างนี้
อย่างวันนี้ เข้าสมาธิสัก 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง
จิตใจของเรา จะมีความเยือกเย็น ไปตั้งหลายวัน
แล้วจิตจะสะอาด
เห็นอะไรจะรับพิจารณาทั้งนั้น
นี้เรียกว่าผลเกิดจากสมาธิ
สมาธิมีหน้าที่ทำให้สงบ
เมื่อจิตเราสงบแล้ว
จะมีการสังวร สำรวมด้วยปัญญา
เมื่อสำรวมเข้า ละเอียดเข้า
มันจะเป็นกำลังช่วยศีลให้บริสุทธิ์ขึ้นมาก
แล้วสมาธิก็จะเกิดขึ้นมาก
เมื่อสมาธิเต็มที่ก็จะเกิดปัญญา
ปลดทุกข์
ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์ยึดเพราะอยาก
ทุกข์มากเพราะพลอย ทุกข์น้อยเพราะหยุด
ทุกข์หลุดเพราะปล่อย
นักอุปมาอุปมัย
หลวงปู่ชา นับเป็นนักปฏิบัติธรรมที่ติดดินที่สุด ท่านสอนจากธรรมชาติที่ต่ำ ที่สุดเพื่อให้เกิดสิ่งที่สุดคือมรรคผล โดยมีคนเปรียบเทียบแง่มุมนี้ว่าคล้ายกับแนว คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ
แต่จุดเด่นอันหนึ่งของแนวคำสอนของหลวงปู่ชาก็คือ "การเปรียบเทียบ" ท่านหาเรื่องมาเปรียบเทียบเพื่ออธิบายคำสอนของท่านได้อย่างเหมาะเจาะและเข้าใจง่าย ดังข้อเปรียบเทียบต่อไปนี้.-
มะม่วง
ถ้าพูดให้สั้นเข้ามา
ศีลก็ดี สมาธิก็ดี ปัญญาก็ดี มันก็เป็นอันเดียวกัน
ศีลก็คือ สมาธิ สมาธิ ก็คือศีล
สมาธิก็คือ ปัญญา ปัญญาก็คือสมาธิ
ก็เหมือนมะม่วงใบเดียวกัน
เมื่อมันเป็นดอกขึ้นมามันก็ดอกมะม่วง
เมื่อเป็นลูกเล็กก็เรียกว่าผลมะม่วง
เมื่อมันโตขึ้นมา ก็เรียกมะม่วงลูกโต
มันโตขึ้นไปอีกก็เรียกมะม่วงห่าม
เมื่อมันสุกก็คือมะม่วงสุก
มันก็มะม่วงลูกเดียวกันนั่นแหละ
มันเปลี่ยน ไป
มันจะโตมันก็โตไปหาเล็ก
เมื่อมันเล็กมันก็เล็กไปหาโต
มีด
สมถกับวิปัสสนา
มันแยกกันไม่ได้หรอก
มันจะแยกกันได้ก็แต่คำพูด
เหมือนกับมีดเล่มหนึ่งนะ
คมมันก็อยู่ข้างหนึ่ง
สันมันก็อยู่ข้างหนึ่งนั่นแหละ
มันแยกกันไม่ได้หรอก
ถ้าเราจับด้ามมันขึ้นมาอันเดียวเท่านั้น
มันก็ติดมาทั้งคมทั้งสันนั่นแหละ
งู
มนุษย์เราทั้งหลายไม่ต้องการทุกข์
ต้องการแต่สุข
ความจริงสุขนั้นก็คือทุกข์อย่างละเอียด
เช่นเดียวกับทุกข์ก็คือ ทุกข์อย่างหยาบ
พูดอย่างง่ายๆ
สุขและทุกข์ก็เปรียบเสมือนงูตัวหนึ่ง
ทางหัวมันเป็นทุกข์
ทางหางมันเป็นสุข
เพราะถ้าลูบทางหัวมันมีพิษ มันก็กัดเอา
ไปจับหางมันก็เหมือนเป็นสุข
แต่ถ้าจับไม่วาง มันก็หันกลับมากัดได้ เหมือนกัน
เพราะทั้งหัวงูและหางงู
มันก็อยู่ในงูตัวเดียวกัน
เช่นเดียวกับสุขและทุกข์
ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน
หมายังรู้
หมามันยังรู้จักอารมณ์ของมันเลย
เวลาหิวมันก็คราง "หงิงๆ"ใครไม่รู้จักอารมณ์ของตัวเองก็ตายเสียดีกว่า
โคตรของสมาธิ
มีอุบาสกคนหนึ่งถาม หลวงพ่อว่า "ถ้าทำสมาธินี้ เอาแต่ขณิกก็พอ ไม่จำเป็นต้องไปไกลกว่านั่นใช่ไหมครับ"หลวงพ่อชา ตอบว่า "ก็ไม่เป็นไรอย่างนั้น คือหมายความว่า มันต้องเดินไปถึงกรุงเทพฯ ก่อนว่ากรุงเทพมันเป็นอย่างนี้ อย่าไปถึงแค่โคราชซิ...คือไปให้ถึงกรุงเทพฯก่อน และเราก็ผ่านอุบลราชธานีด้วย ผ่านโคราชด้วย ผ่านกรุงเทพฯ ด้วย คือเรียกว่าสมาธินะ ขณิกสมาธิ อัปปณาสมาธิ มันจะถึงที่ไหนก็ให้มันถึงที่ มันจึงจะรู้จักโคตรของสมาธิว่ามันเป็นอย่างไร อัปปณาสมาธิที่มันมากกว่าอุปจารสมาธิ"
หัวกลอย
ให้กลับความรักที่มีอยู่ให้กลายเป็นความรักสากล
ให้กลายเป็นความรักที่มีต่อสรรถสัตว์ทั้งหลาย
รักเหมือนแม่รักลูก พ่อรักลูก แม้ผมอยู่กับพวกท่าน
ผมก็รักท่านเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน ให้ล้างความใคร่
ออกจากความรักเหมือนหัวกลอย ต้องแล่เอาพิษออกจึงกินได้
ความรักก็เช่นเดียวกัน ต้องพิจารณา มองให้เห็นทุกข์ของมัน
ค่อยๆ ล้วงเอาเชื้อแห่งความมัวเมาออก เพื่อให้เหลือแต่ความ
รักล้วนๆ เหมือนครูบาอาจารย์รักศิษย์
จิตคือควาย
เปรียบเสมือนกับการเลี้ยงควาย
จิตของเราก็เหมือนควาย
อารมณ์คือต้นข้าว
ผู้รู้เหมือนเจ้าของ
เวลาเราไปเลี้ยงควายทำอย่างไร
ปล่อยมันไป
แต่เราพยายามดูมันอยู่
ถ้ามันพยายามเดินไปใกล้ต้นข้าว
ก็ตวาดมัน
ควายได้ยินก็จะถอยออกไป
แต่เราอย่าเผลอะนะ
ถ้ามันดื้อไม่ฟังเสียง
ก็เอาไม้ฆ้องฟาดมันจริงๆ
มันจะไปไหนเสีย
วัวไม่กินหญ้าก็คือหมู
ทุกวันนี้ อาตมาไม่ค่อยได้เทศน์มาก อยู่วัดอยู่วาก็เหมือนกัน
ปีนี้เทศน์ให้แม่ชีฟังถึงสองสามครั้งหรือเปล่า ก็จำไม่ได้
พระเจ้าพระสงฆ์ก็ให้อยู่เฉยๆ ให้ดูเอาปฏิบัติเอง
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
เพราะเข้าใจว่า คนมีศรัทธา จึงเข้ามาในวัด จึงมาบวชเป็นปะขาว
จึงมาบวชเป็นเณร จึงมาบวชเป็นพระ
เข้าใจอย่างนั้น
ถ้าเข้าใจอย่างนั้นก็เหมือนกันกับวัวเราน่ะแหละ
วัวมันกินอะไร
มันกินหญ้า
จับมันมาปล่อยใส่สนามหญ้าแล้ว
ถ้ามันไม่กินหญ้ามันก็เป็นหมูเท่านั้นแหละ
นักปฏิภาณ
บางครั้งหลวงพ่อชา ท่านมีจิตแจ่มใส เดาใจคนถามได้อย่างแม่นยำ จึงมักจะมีการใช้ปฏิภาณโต้ตอบปัญหาอย่างเฉียบแหลมอยู่เสมอ
ใครรู้อัตตา
คนที่นับถือพระเจ้า ไม่ยอมรับคำสอนเรื่อง "อนัตตา" ของพุทธศาสนา
เหตุผลของเขาก็คือ "จะเอาอะไรมารู้อนัตตาเล่า ถ้าไม่ใช่อัตตา"
วันหนึ่ง มีชาวคริสต์มาถามหลวงพ่อว่า "ใคร่รู้อนัตตา"
หลวงพ่อถามกลับทันที "ใครรู้อัตตา"
นกไม่รู้เรื่องปลา
มีชาวต่างประเทศถามหลวงพ่อว่า ชีวิตพระเป็นอย่างไร?
หลวงพ่อคิดว่าตอบอย่างไรก็ไม่เข้าใจแน่ เพราะเขายังไม่รู้จักพระ
จึงตอบไปว่า
ถึงปลาจะบอกว่าอยู่ในน้ำเป็นอย่างไร
นกก็ไม่มีทางจะรู้ได้
ตราบใดที่นกยังไม่เป็นปลา
ของแปลก
ในความเคร่งเครียดในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อก็ยังมีแง่มุมที่ขบขันให้เราได้เห็นบ้างเป็นการหักมุมที่ค่อนข้างจะตื่นเต้นมาก ดังที่ท่านบันทึกไว้ในการเดินทางไป ประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2520 ว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการเดินทางในวันที่ 6 ในขณะที่บินอยู่ เครื่องบินได้เกิดอุบัติเหตุยางระเบิด 1 เส้นบนอากาศ พนักงานการบินจึงได้ประกาศให้ผู้โดยสารเตรียมตัวรัดเข็มขัด มีฟันปลอมก็ต้องถอดออก แม้กระทั่งแว่นตาหรือรองเท้า เครื่องบริขารทุกอย่าง ต้องเตรียมพร้อมหมด ผู้โดยสารทุกคนเมื่อเก็บบริขารทุกอย่าง เสร็จแล้ว ต่างคนต่างก็เงียบ คงคิดว่าจะเป็นวาระสุดท้ายของพวกเราทุกคนเสียแล้ว ขณะนั้นเราก็ให้คิดว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้เดินทางมาเมืองนอก เพื่อสร้างประโยชน์แก่พระศาสนา จะเป็นผู้มีบุญอย่างนี้เทียวหรือ เมื่อระลึกได้เช่นนี้แล้ว ก็ตั้งสัตย์อธิษฐานมอบชีวิตให้พระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์ แล้วก็กำหนดจิตรวมลงในสถานที่ควรอันหนึ่ง แล้วก็ได้รับความสงบเยือกเย็น ดูคล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พักในที่ตรงนั้น จนกระทั่งเครื่องบินได้ลดระดับลงมาถึงแผ่นดินด้วยความปลอดภัย ฝ่ายคนโดยสารก็ปรบมือกันด้วยความดีใจ คงคิดว่าเราปลอดภัยแล้ว สิ่งที่แปลกก็คือ ขณะเมื่อเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุ ต่างคนก็ร้องเรียกว่า หลวงพ่อช่วยปกป้องคุ้มครองพวกเราทุกคนด้วย แต่เมื่อพ้นอันตรายแล้ว เดินลงจากเครื่องบินเห็นประณมมือไหว้พระเพียงคนเดียวเท่านั้น นอกนั้นไหว้แอร์โฮสเตสทั้งหมดในที่นั้น นี้เป็นสิ่งที่แปลก

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ATTHAIKORAT..
จำหน่ายหนังสือธรรมะ,หนังสือสวดมนต์,ส่งฟรีทั่วไทย,ของชำร่วย ,หนังสือแจกฟรี,แจกทาน,หนังสือชีวประวัติ,หนังสือที่ระลึกวาระต่างๆ,ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก,พระคาถาชินบัญชร,พระคุณพ่อแม่,นาฬิกาชีวิต,รวมพระคาถาศักดิ์สิทธิ์,สมุนไพรไทย,จังหวัดเชียงราย,จังหวัดเชียงใหม่,จังหวัดน่าน,จังหวัดพะเยา,จังหวัดแพร่,จังหวัดแม่ฮ่องสอน,จังหวัดลำปาง,จังหวัดลำพูน,จังหวัดอุตรดิตถ์,จังหวัดกาฬสินธุ์,จังหวัดขอนแก่น,จังหวัดชัยภูมิ,จังหวัดนครพนม,จังหวัดนครราชสีมา,จังหวัดบึงกาฬ,จังหวัดบุรีรัมย์,จังหวัดมหาสารคาม,จังหวัดมุกดาหาร,จังหวัดยโสธร,จังหวัดร้อยเอ็ด,จังหวัดเลย,จังหวัดสกลนคร,จังหวัดสุรินทร์,จังหวัดศรีสะเกษ,จังหวัดหนองคาย,จังหวัดหนองบัวลำภู,จังหวัดอุดรธานี,จังหวัดอุบลราชธานี,จังหวัดอำนาจเจริญ,จังหวัดบึงกาฬ,จังหวัดกำแพงเพชร,จังหวัดชัยนาท,จังหวัดนครนายก,จังหวัดนครปฐม,จังหวัดนครสวรรค์,จังหวัดนนทบุรี,จังหวัดปทุมธานี,จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,จังหวัดพิจิตร,จังหวัดพิษณุโลก,จังหวัดเพชรบูรณ์,จังหวัดลพบุรี,จังหวัดสมุทรปราการ,จังหวัดสมุทรสงคราม,จังหวัดสมุทรสาคร,จังหวัดสิงห์บุรี,จังหวัดสุโขทัย,จังหวัดสุพรรณบุรี,จังหวัดสระบุรี,จังหวัดอ่างทอง,จังหวัดอุทัยธานี,จังหวัดจันทบุรี,จังหวัดฉะเชิงเทรา,จังหวัดชลบุรี,จังหวัดตราด,จังหวัดปราจีนบุรี,จังหวัดระยอง,จังหวัดสระแก้ว,จังหวัดกาญจนบุรี,จังหวัดตาก,จังหวัดประจวบคีรีขันธ์,จังหวัดเพชรบุรี,จังหวัดราชบุรี,จังหวัดกระบี่,จังหวัดชุมพร,จังหวัดตรัง,จังหวัดนครศรีธรรมราช,จังหวัดนราธิวาส,จังหวัดปัตตานี,จังหวัดพังงา,จังหวัดพัทลุง,จังหวัดภูเก็ต,จังหวัดระนอง,จังหวัดสตูล,จังหวัดสงขลา,จังหวัดสุราษฎร์ธานี,จังหวัดยะลา,จังหวัดอำนาจเจริญ,ภาคอีสาน,ภาคอีสาณ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,ภาคอิสาน,ภาคเหนือ,ภาคกลาง,ภาคตะวันออก,ภาคตะวันตก,ภาคกลาง,ภาคใต้
FORGIFTLAND ฟอร์กิฟท์แลนด์
ร้านขาย ของชำร่วยโคราช นครราชสีมา ของชำร่วยแต่งงาน ของที่ระลึกงานแต่ง ของชำร่วยงานศพ ร้านพิมพ์ การ์ดแต่งงาน โคราช นครราชสีมา ของชำร่วยแบบจีน ของชำร่วยงานเกษียณ ของชำร่วยแจกงานแต่งงาน ของชำร่วยงานเปิดกิจการ ของชำร่วยราคาถูก ของชำร่วยโคราช ของชำร่วยนครราชสีมา เซรามิค แก้ว พวงกุญแจ กระเป๋า สมุดโน๊ต ที่เปิดขวด ของรับไหว้ ถุงผ้าแก้วใส่ของชำร่วย,ถุงผ้าใส่เครื่องสำอางค์,ถุงผ้าโปร่ง,ถุงผ้าใยแก้ว, ขายส่งถุงผ้าแก้ว,ร้านขายถุงผ้าใส่ของชำร่วย,ถุงผ้าแบบกลม,ถุงผ้าทอง,ถุงผ้าแก้วสี,ถุงผ้าแก้วสีดำ,ถุงผ้าบาง,ถุงใส่ของรับไหว้,ถุงขนาดใหญ่,ถุงผ้าออแกนซ่า,ถุงผ้าแก้วราคาถูก,รับเย็บถุงผ้าแก้ว,ถุงผ้าแก้วสั่งตัด,ถุงผ้าหูรูดอย่างดี,ถุงผ้าลดโลกร้อน,กระเป๋าผ้าลดโลกร้อน,รับสกรีนกระเป๋า ,แก้วสกรีนชื่อ,เวดดิ้งโคราช เวดดิ้งนครราชสีมา ,ของชำร่วย ,ส่งฟรีทั่วไทย,จังหวัดเชียงราย,จังหวัดเชียงใหม่,จังหวัดน่าน,จังหวัดพะเยา,จังหวัดแพร่,แม่ฮ่องสอน,จังหวัดลำปาง,จังหวัดลำพูน,จังหวัดอุตรดิตถ์,จังหวัดกาฬสินธุ์,จังหวัดขอนแก่น,จังหวัดชัยภูมิ,จังหวัดนครพนม,จังหวัดนครราชสีมา,จังหวัดบึงกาฬ,จังหวัดบุรีรัมย์,จังหวัดมหาสารคาม,จังหวัดมุกดาหาร,จังหวัดยโสธร,จังหวัดร้อยเอ็ด,จังหวัดเลย,จังหวัดสกลนคร,จังหวัดสุรินทร์,จังหวัดศรีสะเกษ,จังหวัดหนองคาย,จังหวัดหนองบัวลำภู,จังหวัดอุดรธานี,จังหวัดอุบลราชธานี,จังหวัดอำนาจเจริญ,จังหวัดบึงกาฬ,จังหวัดกำแพงเพชร,จังหวัดชัยนาท,จังหวัดนครนายก,จังหวัดนครปฐม,จังหวัดนครสวรรค์,จังหวัดนนทบุรี,จังหวัดปทุมธานี,จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,อยุธยา,จังหวัดพิจิตร,พิษณุโลก,จังหวัดเพชรบูรณ์,จังหวัดลพบุรี,จังหวัดสมุทรปราการ,จังหวัดสมุทรสงคราม,จังหวัดสมุทรสาคร,จังหวัดสิงห์บุรี,จังหวัดสุโขทัย,จังหวัดสุพรรณบุรี,จังหวัดสระบุรี,จังหวัดอ่างทอง,อุทัยธานี,จังหวัดจันทบุรี,จังหวัดฉะเชิงเทรา,จังหวัดชลบุรี,จังหวัดตราด,จังหวัดปราจีนบุรี,จังหวัดระยอง,จังหวัดสระแก้ว,จังหวัดกาญจนบุรี,จังหวัดตาก,จังหวัดประจวบคีรีขันธ์,เพชรบุรี,จังหวัดราชบุรี,จังหวัดกระบี่,จังหวัดชุมพร,จังหวัดตรัง,จังหวัดนครศรีธรรมราช,ของชำร่วย,ของชำร่วยแต่งงาน,จังหวัดนราธิวาส,จังหวัดปัตตานี,จังหวัดพังงา,จังหวัดพัทลุง,จังหวัดภูเก็ต,จังหวัดระนอง,จังหวัดสตูล,จังหวัดสงขลา,สุราษฎร์ธานี,จังหวัดยะลา,จังหวัดอำนาจเจริญ,พัทยา,หาดใหญ่,ศรีสัชนาลัย,อัมพวา,บ้านเขว้า,บ้านไผ่,ประโคนชัย,นางรอง,หนองกี่,ภาคอีสาน,ภาคอีสาณ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,ภาคอิสาน,ภาคเหนือ,ภาคกลาง,ภาคตะวันออก,ภาคตะวันตก,ภาคกลาง,ภาคใต้,อำเภอเมืองนครราชสีมา,อำเภอครบุรี,อำเภอเสิงสาง,อำเภอคง,อำเภอบ้านเหลื่อม,อำเภอจักราช,อำเภอโชคชัย,อำเภอด่านขุนทด,อำเภอโนนไทย,อำเภอโนนสูง,อำเภอขามสะแกแสง,อำเภอบัวใหญ่,อำเภอประทาย,.อำเภอปักธงชัย,อำเภอพิมาย,อำเภอห้วยแถลง,อำเภอชุมพวง,อำเภอสูงเนิน,อำเภอขามทะเลสอ,อำเภอสีคิ้ว,อำเภอปากช่อง,อำเภอหนองบุญมาก,อำเภอแก้งสนามนาง,อำเภอโนนแดง,อำเภอวังน้ำเขียว,อำเภอเทพารักษ์,อำเภอเมืองยาง,อำเภอพระทองคำ,อำเภอลำทะเมนชัย,อำเภอบัวลาย,อำเภอสีดา,อำเภอเฉลิมพระเกียรติ,ของชำร่วยขายส่ง,ของชำร่วยปีใหม่,ของขวัญและของที่ระลึก,พวงกุญแจสั่งทำ,พวงกุญแจคุณหมอ,ทนายความ,ทหารบก,ทหารอากาศ,ทหารเรือ,พยาบาล,คุณครู,ข้าราชการ,พวงกุญแจใส่ข้อความได้, ถุงผ้าแก้วสีขาว,ถุงผ้าไหมแก้วสีชมพู,ถุงผ้าใยแก้วสีเขียว,ถุงผ้าไหมแก้วสีฟ้า,สีแดง,สีส้ม,ถุงผ้าแก้วเชียงใหม่,ถุงผ้าแก้วโคราช,ถุงผ้าแก้ว กทม.,ถุงผ้าแก้วกรุงเทพ
TEL :  083-1000055      E-mail : FORGIFTLAND@HOTMAIL.COM
WEB : WWW.FORGIFTLAND.COM.

 

เบอร์โทร :  083-1000055
อีเมล : ATTHAIKORAT@HOTMAIL.COM
เว็บไซต์ : WWW.ATTHAIKORAT.COM